(099)934 9990

บทความ

5 สิ่งที่ต้องยอมทิ้ง ถ้าคิดจะเป็นหมอ
20May

5 สิ่งที่ต้องยอมทิ้ง ถ้าคิดจะเป็นหมอ

     หมอ เป็นอาชีพในฝันของเด็กไทยหลาย ๆ คน ด้วยเหตุผลที่ว่า มั่นคง มีเกียรติ ได้ช่วยเหลือคน และอื่น ๆ อีกมากมายแล้วแต่คนไป ข้อดีของอาชีพนี้หลายคนคงเคยได้ยินบ่อยแล้ว วันนี้พี่กล้อง Tiwtactic มีข้อเสียของอาชีพแพทย์ มาให้น้อง ๆ เป็นข้อมูลการตัดสินใจกัน

1. ทิ้งเวลาพักผ่อน

     อาชีพปกติทำงานกัน 5 วัน/สัปดาห์ (8.00-16.00 น.) และหยุด 2 วัน/สัปดาห์ แต่หมอ ทำงานมากกว่านั้น อาจจะเป็น 7 วัน/สัปดาห์ในบางสัปดาห์ที่ไม่มีหมอคนอื่นว่างอยู่เวร ส่วนเวลาทำงานนั้นก็ 8.00-16.00 น. เหมือนปกติ แต่ถ้าอยู่เวรด้วยก็จะทำงานต่อ 16.00 ถึง 8.00 อีกวันนึง แล้วก็ทำงานตามเวลาราชการ 8.00-16.00 น. วันต่อมาไป (ต่อเนื่อง 32 ชม.ไปเลย) โดยในเวรอาจจะได้นอนบ้างหรือไม่ได้นอนก็สุดแล้วแต่โชคชะตาละครับ แล้วใน 1 เดือนจำนวนเวรก็อาจจะมี 15-20+ เวร ก็แล้วแต่ รพ. ว่ามีจำนวนหมอมากหรือน้อย

      ดังนั้นบอกลา เวลาพักผ่อนไปได้เลยครับ ถ้าคิดจะมาทำอาชีพนี้

2. ทิ้งความฝันว่าจะร่ำรวย

     หมอเป็นอาชีพที่มั่นคง อันนี้อาจจะถูกครับ แต่ถ้าหากว่าบอกว่าหมอเป็นอาชีพที่ร่ำรวย ก็อาจจะไม่ถูกซะทีเดียว....จริงอยู่ว่าเงินเดือนของหมอนั้นดูเยอะ (อาจจะ 50k+/เดือน) แต่ถ้าลองมาแยกดูรายละเอียดจะพบว่า เงินเดือนก็เท่า ๆ กับอาชีพอื่น ๆ นั้นแหละ คือ start 15,000 แต่ที่ได้เยอะขึ้นมาคือ “ค่าเวร” ตะหาก และค่าเวรที่ได้นั้นหารต่อ ชม. ละน้อยมาก เช่นเวรดูคนไข้บนตึกอาจจะ 550 บาท/ 8 ชม. (68.75 บาท/ชม.)  เป็นต้น

    ดังนั้นถ้าอยากรวย ไปทำอย่างอื่นเถอะครับ

3. ทิ้งความคิดในการดูแลคนในครอบครัว

     “เรียนหมอสิ จะได้มาดูแลพ่อแม่” ประโยคนี้น่าจะเคยได้ยินบ่อย ๆ จากพ่อแม่ที่อยากให้ลูกเป็นหมอ แต่มันแทบจะไม่จริงเลยแหละครับ เพราะอย่างที่บอกไปในข้อแรกว่า ชั่วโมงการทำงานของหมอนั้น เยอะมาก ๆ เดือนนึงมีเวรไปมากกว่าครึ่งเดือนแล้ว จะเอาเวลาที่ไหนไปดูแลคนในครอบครัวละ แค่จะเจอหน้ากัน ยังลำบากเลย!

     ดังนั้นถ้าคิดว่าเรียนหมอเพื่อที่จะได้มาดูแลคนในครอบครัว คิดใหม่เถอะครับ ส่วนมากทำได้แค่รักษาทางโทรศัพท์คุยกันเท่านั้นแหละครับ เพราะเวลาจะเจอกันยังไม่ค่อยมีเลย

4. ทิ้งชีวิตวัยรุ่น

     การเรียนหมอ 6 ปี (อายุ 18-24 ปี) และเรียนต่อเฉพาะทาง (มักอายุ 27-30 ปี) จะทำให้น้อง ๆ เสียเวลาของชีวิตในช่วงวัยประมาณ 18-30 ปี ไปกับ “การเรียน” ต่างจากการเรียนคณะอื่น และทำอาชีพอื่นที่มีโอกาสได้ใช้เวลาในชีวิตช่วงก่อน 30 ปี ในการทดลองทำอะไรหลาย ๆ อย่าง ทำความฝันหลาย ๆ อย่าง หรือจะเป็นการไปท่องเที่ยวในหลาย ๆ ที่เพื่อให้ได้เจอประสบการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต

     ดังนั้นถ้ามาเรียนหมอ ชีวิตวัยรุ่น ของน้อง ๆ จะหายไป หรือเหลือน้อยทันทีเมื่อเทียบกับคนอื่น

5. ทิ้งความรักในหลาย ๆ ครั้ง

     อันนี้อาจจะดูเพ้อเจ้อ แต่มันเกิดขึ้นจริงกับหมอหลาย ๆ คู่เลยแหละ.....อย่างที่บอกว่าเรียนหมอ และการทำงานเป็นหมอนั้นมันมีเวลาว่างน้อย ทำให้หลาย ๆ ครั้งเมื่อมีแฟนที่ไม่ได้เรียนหรือทำงานเป็นหมอ ก็จะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่มีเวลาให้ ทำให้เกิดปัญหาทะเลาะกัน และเลิกกันไปในที่สุด หรือต่อให้มีแฟนเป็นหมอ ก็ใช่ว่าจะไปรอด เพราะต่างฝ่ายต่างก็ไม่ค่อยมีเวลาให้กัน ทำให้มีปัญหาไม่เข้าใจกันได้บ่อยครั้ง จนสุดท้ายก็ต้องยอมทิ้ง “ความรัก” ไปโดยปริยาย

     น่าเศร้านะ แต่มันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับหลายคนแล้วแหละ

     5 ข้อที่พี่ยกตัวอย่างนี้เป็นแค่ส่วนนึงที่คนที่เลือกที่จะเป็น “หมอ” อาจจะต้องยอมทิ้ง บางคนทิ้งบางส่วน บางคนต้องทิ้งทั้งหมด ก็แล้วแต่สถานการณ์ของแต่ละคน แต่เชื่อเถอะว่า หมอทุกคน ต้องทิ้งแต่ละอย่าง ไม่มากก็น้อยนั่นแหละ.....เลือกดี ๆ แล้วกันนะน้อง ๆ ชีวิตเป็นของตัวเอง

[Ad]ติวออนไลน์ระดับมัธยมกับพี่ ๆ ติวเตอร์คณะแพทย์ได้ที่..
ดูรีวิวนักเรียนของเรา >> https://www.facebook.com/media/set/…
line @ : http://line.me/ti/p/@boc6745e (หรือ @tiwtactic)
Tel. 099-934-9990
Website : www.Tiwtactic.com
Fanpage : www.facebook.com/Tiwtactic
Instagram : Tiwtactic_team
Twitter : Tiwtactic

อ่าน 23042 ครั้ง

Avatar
P' KlongTutor
พี่กล้อง ประวัติการศึกษา -คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล -ม.ปลาย โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ -ประสบการณ์สอนมากกว่า 5 ปี ทั้งกลุ่มย่อย และกลุ่มใหญ่